มาร์กี้ ป๊อก ต้องจำกัดงบ!! งานแต่งต้องเอาแค่พอประมาณ

เรียกว่าทุ่มเทเวลาว่างทั้งหมดเพื่องานแต่งสุดๆ สำหรับคู่รัก “มาร์กี้ ราศรี” กับหวานใจหนุ่ม “ป๊อก ภัสสรกรณ์” อย่างล่าสุดที่ทั้งคู่ได้ออกมาอัพเดตความคืบหน้าในการเตรียมงานแต่งกับสื่อมวลชนว่า ตอนนี้เพิ่งจองคิวเพื่อนเจ้ากับเพื่อนเจ้าบ่าวได้ มีทั้งหมดฝั่งละ 14 คน ส่วนเรื่องชุดกำลังดูไปเรื่อยๆ พร้อมยอมรับมีจำกัดงบไม่อยากให้บานปลาย

เห็นว่าได้ชุดแล้ว ?
มาร์กี้ : “ยังค่ะ ยังได้เหมือนเดิม ชุดเดียว เดี๋ยวจะไปอัมสเตอร์ดัม 24 ส.ค. นี้ ดูอีกชุดนึง แล้วก็คุยกับดีไซน์เนอร์ไทยอยู่อีกชุดนึง แต่ยังไม่ได้เพราะยังไม่ได้สเก็ตที่แน่นอน แต่ใจกี้อยากได้สัก 3 ชุด แต่ก็ต้องดูช่วงพิธีด้วยว่าต้องเดินเยอะ ชุดใหญ่ไปไหม ก็ต้องเปลี่ยนชุด”

เห็นว่าโทรไปจองเพื่อนเจ้าสาวแล้ว ?
มาร์กี้ : “ใช่ค่ะ ก็มีทั้งเพื่อนวงการ และเพื่อนสมัยเรียน เพื่อนในวงการก็มี มะปราง คิม มิ้นต์ ญาญ่า พี่แพง พี่ผึ้ง ที่เป็นเพื่อนในวงการที่เราสนิทด้วย ทั้งหมด 14 คน เพื่อนเจ้าบ่าวอีก 14 คน”

ช่วงนี้เห็นถ่ายหนัง มีเวลาจัดงานไหม ?
ป๊อก : “หนังเปิด 31 นี้ เดี๋ยวผมไปอัมสเตอร์ดัม ช่วงนี้ก็ทำงานแน่นมากครับ และต้องมีสรุปแบบการ์ดเชิญ”

มาร์กี้ : “โชคดีที่หลายอย่างสามารถคุยผ่านโทรศัพท์ได้ ทั้งส่งรูป คอนเฟิร์ม ก็ค่อนข้างสะดวก แต่ที่ลงตัวแล้วก็จะมีของชำร่วยงานหมั้น เราอยากให้สิ่งที่คิดว่าคนน่าจะชอบและเป็นประโยชน์”

หลายคู่เตรียมงานแต่งแล้วทะเลาะกัน แล้วเราทะเลาะไหม ?
ป๊อก : “ผมพยายามจะอะไรก็ได้เลยครับ รู้สึกว่าทุกวันนี้กับงานแต่งงานก็เหนื่อยเหมือนกัน ถ้าต้องมาทะเลาะ มีปัญหากันอีก ผมไม่เอาดีกว่า”

มาร์กี้ : “เวลาให้เขาเลือก เขาก็จะบอกแล้วแต่กี้เลย ตอนแรกก็ดีใจที่ตามใจเรา แต่ถามกี่ครั้งก็ตอบเหมือนเดิมจนรู้สึกว่า หรือเขาจะตอบปัดๆ (หัวเราะ)”

มีจำกัดงบไหม ว่าห้ามเกินแค่ไหน ?
มาร์กี้ : “มี แน่นอนอยู่แล้ว”
ป๊อก : “ก็พอเหมาะ พอประมาณ”

ยังห่วงเรื่องอะไรในการจัดงานอีกไหม ?
มาร์กี้ : “ไม่มีนะ แต่ละคนมีหน้าที่ของตัวเองอยู่แล้ว เราค่อนข้างไว้ใจทุกคนที่จัดงานครั้งนี้ กี้เชื่อว่าแต่ละคนก็เชี่ยวชาญ สามารถทำทุกอย่างได้อยู่แล้ว”

ปรึกษาใครเป็นพิเศษไหม ?
ป๊อก : “ปรึกษาเยอะครับ ช่วงหลังมานี้เพื่อนผมแต่งงานกันเยอะ เมื่อวันเสาร์เพิ่งไปเป็นพิธีกรงานแต่งเพื่อนมา ก็เลยรู้รายละเอียดเยอะขึ้น ดีเหมือนกันครับ”

พรุ่งนี้(22) วันเกิดมาร์กี้ ?
มาร์กี้ : “ใช่ ลืมไปเลยนะเนี้ย ทำงานทุกวันเลยลืมวันลืมคืน แต่พรุ่งนี้ถ่ายละคร ตั้งแต่เช้า น่าจะเสร็จดึก ก่อนหน้านี้เคยถามพี่ป๊อกแล้วว่าจะเซอร์ไพร้ส์อะไร เขาบอกว่า เซอร์ไพร้ส์ก็คือ ไม่มีเซอร์ไพร้ส์จ้า (หัวเราะ) แต่ว่าเราเข้าใจ เราก็สบายๆ ไม่จำเป็นต้องเครียดและต้องดีที่สุดเสมอไป เพราะตัวเราเองก็ทำงานเยอะก็ทราบอยู่

ป๊อก : “ของผมถ้าจะถามว่าจะเซอร์ไพร้ส์อะไรก็บอกเลยว่า ผมไม่มีเวลา ก็ติดไว้ก่อนครับ”

ขอบคุณที่มา#sanook

ขวัญ ให้แม่พักเต็มที่ ยก กอล์ฟ ตามดูแล คอยทำหน้าที่แทน

โดยงานนี้ทั้งสองได้ออกมาเผยให้ฟังว่า ที่ตามไปเพราะคิวงานว่างพอดี หากมีเวลาก็อยากจะไปดูแลด้วยตัวเอง ด้านสาวขวัญได้เผยต่อว่า ตอนนี้รับงานเองแล้ว อยากให้แม่ได้พัก ใช้ชีวิตแบบสบายๆ จึงต้องให้กอล์ฟมาช่วยดูแลในวันที่ว่าง

ล่าสุดเพิ่งไปจีนมา ไปทำอะไรมาบ้าง ?
ขวัญ : “ไปทำงานมาค่ะ และได้ไปพบปะแฟนคลับที่นู้น ก็ดีใจและอุ่นใจด้วยค่ะ เพราะมีพี่กอล์ฟไปเป็นเพื่อน จริงๆ สถานที่ค่อนข้างจะโฟกัสเฉพาะลูกค้าของเขา แต่แฟนคลับของขวัญค่อนข้างจะมาไกลพอสมควรในการที่เขาจะมาเจอเรา และมันก็เป็นครั้งแรกที่ขวัญได้ไปค่ะ”

พอแฟนคลับได้เจอเราเขารู้สึกยังไงบ้าง ?
ขวัญ : “เขาก็คงดีใจมั้ง (หัวเราะ) เขาก็ต้องดีใจสิ นานๆ จะได้เจอกันที แต่ถ้าถามว่าเขามากันเยอะแค่ไหน มันก็ไม่ได้เยอะมากค่ะ แต่ก็อบอุ่นดีเพราะมันเป็นงานเลี้ยงไพรเวทของกลุ่มลูกค้าเขา และเหมือนแฟนคลับตามมาเพื่อต้อนรับเรา พาเราไปที่งานอีเว้นท์ด้วย”

กอล์ฟไปเป็นเพื่อนขวัญ เป็นยังไงบ้าง ?
กอล์ฟ : “ไปเป็นแฟนครับ (ยิ้ม) กอล์ฟก็ตามไปดูแล ปกติถ้าเป็นเมื่อก่อนน้องจะต้องมีคนดูแล อาจจะเป็นคุณแม่ แต่หลังๆ ที่น้องรับงานเอง ต้องดูแลตัวเอง กอล์ฟก็อยากมีโอกาสได้ไปดูแลน้องบ้าง เพราะที่ผ่านมาสมัยตอนเด็กๆ เราไม่มีโอกาสได้ดูแลกันอย่างนี้ ตอนนี้ก็ขอนิดหนึ่ง”

ขวัญ : “ไม่นิดนะ ลำบากอากาศร้อน แต่แต่งตัวแน่นเวอร์ (หัวเราะ) เราก็มีความสุขในการแต่งตังกันทั้งคู่ด้วยค่ะ”

เรียกว่าเคลียร์คิวเพื่อไปดูแลน้องเลยใช่ไหม ?
กอล์ฟ : “ไม่ถึงขนาดนั้นครับ ประจวบเหมาะกับวันที่ไม่มีคิวถ่ายละครพอดี ก็เลยมีโอกาสได้ไป อีกอย่างไปแค่ 3 วันเองครับ”

ต่อจากนี้ตั้งใจจะไปดูแลน้องทุกงานเลยไหม ?
กอล์ฟ : “ถ้าว่างหรือมีโอกาสก็ไปแน่ครับ แต่ไม่ถึงกับเป็นผู้จัดการส่วนตัวให้น้องหรอกครับ เพราะตังผมเองยังต้องมีผู้จัดการส่วนตัวเลย(หัวเราะ)”

ขวัญ : “เหมือนพี่เขาคอยเป็นคนซัพพอร์ตให้ขวัญค่ะ คอยให้กำลังใจ แต่งานทุกสิ่งทุกอย่างในการตัดสิน ขวัญจะเป็นคนตัดสินใจเอง หากมีอะไรที่ขวัญไม่แน่ใจ พี่กอล์ฟก็จะเป็นหนึ่งในกระบวนการในการตัดสินใจของขวัญค่ะ เพราะนอกจากจะผ่านผู้ใหญ่ที่ช่องด้วย ก็ต้องผ่านคนที่เราแคร์ด้วย แต่พี่กอล์ฟไม่ได้ตามขวัญนะคะ แต่เราคอยซัพพอร์ตซึ่งกันและกัน ทำให้เรารู้ว่าเราไม่ได้โดดเดี่ยว อย่างน้อยเราก็มีครอบครัว มีคนที่แคร์และเป็นห่วงเราอยู่ข้างหลัง ขวัญก็รู้สึกดี เพราะการที่ขวัญไปไกลถึงต่างประเทศ ขวัญไม่ต้องพาคุณแม่ไปลำบากด้วย แต่คนที่ลำบากก็ต้องเป็นพี่กอล์ฟ(ยิ้ม)”

กอล์ฟ : ” ลำบากจนของหายเลย กอล์ฟจะต้องแบกเสื้อผ้า เพราะมีทั้งชุดน้อง และชุดที่เราต้องไปถ่ายรูป”

แสดงว่าเราอยากให้คุณแม่พักผ่อนมากขึ้นแล้วใช่ไหม ?
ขวัญ : “ทุกวันนี้คุณแม่สบายมากค่ะ ไปออกกำลังกาย คอยทำอาหารให้ลูกทานตอนเช้า ก่อนออกไปข้างนอก ไปพบปะญาติๆ คือใช้ชีวิตให้เป็นคุณนายค่ะ สบายเป็นคุณนายตำรวจไง(ยิ้ม)”

กอล์ฟอุ่นใจมากขึ้นไหม พอได้เป็นบอดี้การ์ดคอยดูแล ?
ขวัญ : “คือพี่กอล์ฟไม่ได้คอยเป็นบอดี้การ์ดนะ แต่แทบจะเป็นทุกอย่างของขวัญค่ะ เป็นคู่คิด เป็นคนที่คอยอยู่ข้างหลังตลอดเวลาไม่ว่าเราจะทำอะไร หรือคิดอะไร”

กอล์ฟ : “เราก็เต็มที่ในส่วนของเรา อะไรที่กอล์ฟคิดว่ากอล์ฟช่วยดูแลน้องได้ในเรื่องของกระบวนการความคิด หรือเมื่อไหร่ที่น้องต้องการคนอยู่ข้างๆ กอล์ฟก็จะเป็นเหมือนคนช่วยเป็นกำลังใจให้ จะคอยเป็นคนนั้นอยู่ข้างๆ ตัวน้อง หรือไม่ว่าน้องจะไปไหน ถ้าเราว่างไม่ได้ติดงาน เราก็จะไปอยู่กับน้องครับ”
ขอบคุณที่มา#sanook

“จียอน” เคลียร์แล้ว!! หลังถูกโยงแบรนด์หรูสั่งแบน เพราะไม่ลงรูปขอบคุณ

เพิ่งผ่านกระแสดราม่าไปหมาดๆ ก็มีเรื่องต้องมาให้เคลียร์อีกแล้ว สำหรับนักแสดงสาวสวยสดใสสไตล์เกาหลี “ซอ จียอน” ล่าสุดมีโอกาสได้เจอเธอมาร่วมงาน บวงสรวง “30 กำลังแจ๋ว เดอะ ซีรี่ส์” หน้าตึกแกรมมี่ เลยขอถามถึงกระแสดราม่าที่มีข่าวออกมาว่า ดาราสาวหมวยไปยืมชุดแบรนด์หรูยี่ห้อหนึ่ง แต่กลับไม่ลงรูปขอบคุณ พอพยายามติดต่อไปหาเจ้าตัวกลับไม่มีการตอบรับกลับมา เป็นเหตุให้เจ้าของแบรนด์ไม่พอใจ แบนเธอออกจากห้องเสื้อ ซึ่งหลายคนก็โยงว่าดาราสาวหมวยคนนี้ จะเป็นสาว “จียอน”

พร้อมทั้งเคลียร์อีกหนึ่งประเด็น ที่เจ้าตัวเพิ่งไปเล่าประสบการณ์ถึงรักครั้งเก่าในรายการ คลับฟรายเดย์โชว์ ทำให้หลายคนมองว่าเธอออกมาแฉอดีตหวานใจหนุ่ม “อาร์ อาณัตพล” ทำให้บนโลกโซเชียลเกิดการโจมตีฝ่ายชายอย่างหนัก ซึ่งงานนี้ “จียอน” ขอตอบแบบเคลียร์ๆ ว่า…

“ตั้งแต่เรื่องที่ผ่านมาก็โดนมาเยอะแล้วเลยคิดว่ากระแสอาจจะต่อเนื่องโยงมาหาเรา จียอนยืมชุดมาไม่เคยไม่ขอบคุณหรือไม่โปรโมทชุด ไม่เคยมีเหตุการณ์แบบนั้นเลยค่ะ ถามว่างงไหมที่คนโยงว่าเป็นเรา ไม่รู้เหมือนกัน น่าจะเป็นเพราะสาวหมวยด้วยไงคะ เขาอาจจะคิดง่ายที่สุดว่าเป็นจียอนหรือเปล่า”

ในข่าวบอกว่าเจ้าของแบรนด์พยายามติดต่อไปทางผู้จัดการ เพื่อสอบถามทำไมไม่ลงโปรโมทให้ แต่ไม่ได้รับการตอบกลับ ไม่รับสายเลย ?
“อันนี้ไม่รู้เลยว่าเขามีการติดต่อจริงหรือเปล่า ถ้าเขาติดต่อมาเราจะไม่รับสายได้ไงล่ะ ยังไงก็ต้องคุยกันอยู่แล้ว จียอนไม่เคยมีปัญหายืมของจากแบรนด์ไหนแล้วไม่ขอบคุณเลยค่ะ และเราก็ไม่ได้ลืมลงรูปนะ เราลงรูปทุกครั้งเลย มันเป็นสิ่งที่ต้องขอบคุณเขาด้วยเพราะเขาให้เรายืมใส่ด้วย มันเป็นมารยาทที่เราต้องขอบคุณอยู่แล้วค่ะ”

มั่นใจว่าลงรูปโปรโมทในไอจีตัวเองจะระบุชื่อแบรนด์ตลอด ?
“ใช่ค่ะ เราจะแท็กชื่อแบรนด์และทางเจ้าของด้วยค่ะ”

พอมีข่าวออกมาแบบนี้ ว่าเราไม่รับการติดต่อจากทางแบรนด์นั้น มีแบรนด์ไหนแบนเราไปเลยไหม ?
“ไม่มีนะ”

กลัวไหมว่าข่าวนี้จะทำให้คนเข้าใจผิด ไม่กล้าให้เรายืมชุดอีก?
“ถามว่ากลัวไหมว่าจะทำให้คนเข้าใจผิด ก็กลัวเหมือนกันค่ะ แต่ว่ามันเป็นแค่ข่าวเราก็ไปแก้ข่าวไม่ได้ เราไม่สามารถเปลี่ยนความคิดคนอื่นได้ ทุกคนเสพข่าวและเข้าใจแบบนั้นไปแล้วและไม่สามารถทำอะไรได้ ก็ปล่อยไป ไม่เป็นไร เรารู้ตัวเองดีที่สุดแล้วว่าเราทำอะไรอยู่”

ถ้ามีเหตุการณ์เข้าใจผิดกับเจ้าของแบรนด์เราอยากไปขอโทษหรือพูดคุยทำความเข้าใจไหม เพราะเขาคิดว่าเป็นเรา ?
“ถ้าสมมติว่ามีการเข้าใจผิด หรือถ้าสมมติว่าจียอนทำแบบนั้นจริง เราก็ต้องไปขอโทษสิคะ แต่ยังไม่มีใครติดต่อมาหนูก็ไม่ทราบเรื่อง”

เพิ่งผ่านมรสุมข่าวมา ก็มาโดนข่าวแบบนี้อีกแล้ว ?
“หนูก็เป็นมนุษย์ มาเจอกระแสข่าวต่างๆแบบนี้ก็เซ็งเหมือนกัน ก็ทำอะไรไม่ได้เลย”

ที่ผ่านมามีการรับมือกับข่าวที่เกิดขึ้นยังไงบ้าง ?
“ก็ไม่มีอะไร จียอนก็ทำงานปกติ”

ตอนนี้ดีขึ้นไหมหลังเปลี่ยนคนดูแลแล้ว ?
“ก็ดีขึ้นค่ะ ดีขึ้นเยอะเลย ทุกอย่างก็อยู่ในระบบที่ค่อนข้างดีแล้วค่ะ”

คนมองว่าเรื่องที่เกิดขึ้นเพราะคนดูแลคนเดิม ทำให้เราต้องมานั่งเคลียร์ ?
“ก็ไม่เป็นไร มันผ่านมาแล้ว ถามว่ามีเรื่องต้องเคลียร์อะไรอีกไหม ณ ตอนนี้ยังไม่รู้ค่ะ เราก็ไม่รู้ว่าเขาทำอะไรเอาไว้บ้าง”

อีกหนึ่งประเด็น ก่อนหน้านี้ไปเปิดใจในรายการหนึ่งเกี่ยวกับเรื่องความรัก ทำให้มองคนรักเก่าของเราแย่ไปเลย เหมือนเราไปแฉเขา?
“ไม่ได้แฉนะ ไม่ได้แฉว่าเขาเป็นคนไม่ดี เพราะเรื่องมันผ่านมา 2 ปีกว่าแล้ว ไม่จำเป็นต้องไปแฉพฤติกรรมของเขา แค่เล่าว่ามันเกิดอะไรขึ้น ตอนที่คบกับพี่เขา เราก็มีความสุข ทั้งสองคนก็รักกันดี”

เราได้รับผลกระทบหนักกับรักครั้งนั้นถึงขั้นกินเหล้าแทนข้าว?
“ใช่ๆ คือทุกอย่างเล่าจากความจริงเลย ก็ไม่รู้จะโกหกทำไมด้วย ก่อนที่จะไปออกรายการนี้จียอนก็บอกพี่เขาแล้วว่าจะไปนะ และบอกว่าจะพูดแบบนี้แต่ไม่ต้องห่วง หลังอัดเสร็จกำลังจะออนแอร์ก็บอกเขาอีกว่ากำลังจะออนนะ เขาก็โอเคค่ะ”

เขาโดนโจมตีหนักว่าเป็นคนทำให้เราเสียใจหนักจนเสียคนไปช่วงหนึ่ง?
“โอ๊ย ไม่ต้องดราม่าเพราะว่ามันผ่านไปแล้ว ไม่ใช่แค่จียอนคนเดียวที่เคยเจอ ผู้หญิงทุกคนมีประสบการณ์กับการอกหัก เราก็เป็นหนึ่งในนั้นแค่มาแชร์ประสบการณ์ความรักเป็นยังไงบ้าง เราก็เป็นแบบคนทั่วไปที่เฮิร์ตบ้าง ไม่มีอะไร”

สองปีที่เลิกกันไป จียอนกับอาร์ยังวนเวียนในชีวิตกันอยู่ ตัดกันไม่ขาด?
“จียอนกับพี่เขาโอเคแล้ว เป็นพี่น้องกันไปแล้ว แต่มีข่าวก็ถามเรื่อยๆก็เลยไม่จบสักที เราเป็นพี่น้องที่ดีต่อกันและเคลียร์ลงตัวแล้วกับเรื่องราวที่ผ่านมา จบไปตั้งนานแล้ว แต่ข่าวมันมาเรื่อยๆ เอาเรื่องเก่ามาก็เลยไม่จบสักที ยืนยันว่าไม่ได้แฉค่ะ ไม่มีรีเทิร์นค่ะ เป็นพี่น้องกันค่ะ”

ขอบคุณที่มา#sanook

ภาพล่าสุด อดีตลูกทุ่งดัง “แคท รัตกาล” ทิ้งวงการ มุ่งสู่ทางธรรม

กลายเป็นเรื่องฮือฮาในโลกออนไลน์อยู่ขณะนี้ หลังจากมีการเผยแพร่ภาพของ “แคท รัตกาล” อดีตนักร้องลูกทุ่งชื่อดังค่ายอาร์สยาม เจ้าของบทเพลงดัง ก้อนหินสิ้นใจ และ ไว้อาลัยสายลม ซึ่งหายหน้าหายตาไปจากวงการบันเทิงพักใหญ่

โดยในเฟซบุ๊ก ธาตุ4 พุทธชาติ แคท รัตกาล ได้เผยภาพอดีตนักร้องสาวสวย มุ่งหน้าสู่ทางธรรมเต็มตัว โดยมีการโกนผมและใส่ชุดที่ส่วนใหญ่เป็นสีน้ำตาล พร้อมโพสต์ข้อความเกี่ยวกับธรรมมะ และมีการใช้ชีวิตอย่างเรียบง่ายสมถะ ซึ่งทำให้แฟนคลับของเธอหลายคนเข้ามาแสดงความคิดเห็นและกดไลค์กันมากมาย
ขอบคุณที่มา#sanook

“จิ๊ก เนาวรัตน์” เปิดปมรักร้าว สุดช็อก!! โดนเลขาฯคนสนิทแย่งสามี

สำหรับนักแสดงรุ่นใหญ่ “จิ๊ก เนาวรัตน์ ยุกตะนันท์” ล่าสุด ได้ออกมาเปิดใจแบบหมดเปลือกถึงเรื่องราวความรักกับอดีตสามีเก่า ผ่านรายการ คลับฟรายเดย์ เผยว่า

ตัดสินใจแต่งงานกับสามีคนนี้ เพราะคิดว่าใช่แน่ จึงตัดสินใจออกจากวงการบันเทิงไปแต่งงาน เป็นเวลา 6 ปี โดยคบหากับอดีตสามีเพียง 3-4 เดือน หลังจากไปอยู่อเมริกากับสามี ก็เริ่มมีปัญหา เพราะต้องทำอะไรเองทุกอย่าง กวาดบ้าน ถูบ้าน ล้างส้วมเอง จนเริ่มรู้สึกอยากกลับไปทำงานในวงการ

จุดเปลี่ยนของความสัมพันธ์ แรกๆอยู่ด้วยกันยังไม่เปลี่ยน แต่กลับมาเมืองไทยแล้วมาเปลี่ยน เวลา 5-6 ปี ที่เราอยู่อเมริกามันดี ซึ่งเวลาที่ช่วงตรงนั้นมันเริ่มจะเปลี่ยน เราก็กลืนมันลงไปให้มันอยู่ให้ได้ ต้องทำให้ได้ ฝืนตัวเองให้ได้ แต่สุดท้ายก็กลับมาเมืองไทย

กลับมาเมืองไทย เพราะต้องมาเล่นละครเรื่อง นางทาส คิดว่าจะมาชั่วคราวพอให้หายคิดถึง แต่ละครดังมาก และใช้เวลายาวนาน จนกลับมาเมืองไทยเลย สามีก็กลับมาตามมาด้วย สามีมาเปิดบริษัททำงานที่เมืองไทย และจุดที่ทำให้ “จิ๊ก เนาวรัตน์” ต้องช็อก เมื่อจับได้ว่า สามีกับเลขาฯ มีอะไรกัน เจอหลักฐานมากมาย สุดท้ายเราขอเคลียร์ เขาบอกเราว่า เราบ้าบออยู่คนเดียว เขามองมันเป็นเรื่องเล็กๆในชีวิตเขา แต่มันยิ่งใหญ่ในชีวิตเรา เราเลยจบเลย ขอหย่า จะไม่ให้ผู้ชายมาเลือกเรา

ทำไมเราจะต้องเอาผู้ชายคนเดียว ที่เขาไม่รักเราแล้ว หมดรักแล้ว จะต้องฝืนเอาเขามาอยู่กับเรา ขยะแขยง รับไม่ได้ ถึงผู้ชายบอกผมก็เลือกคุณ ตอแหล จอมปลอม เดี๋ยวมันก็ไปกันอีก ผู้หญิงคนไหนเขาจะปล่อย ก้าวมาขั้นนี้แล้ว เขาก็ไม่ยอมเสียอะไรง่ายๆเหมือนกัน สู้เราจบให้เขาไปมีความสุขกันดีกว่า เราอยู่คนเดียวดีกว่า เกิดก็เกิดมาคนเดียว ตายก็ตายคนเดียว ไม่ต้องเอาใครมาอยู่กับเรา ฉะนั้นชีวิตตรงนี้มันต้องแฮปปี้ กับผู้ชายก็ต้องจบให้สวย เป็นเพื่อนกันไป

ร้องไห้ไหม ร้องไห้ครั้งเดียว ร้องเพราะลูก 2 คน เพราะว่าต่อไปเราต้องดิ้นรนกันแล้ว ไม่ได้ร้องไห้เพราะเสียดายผู้ชายเลย ลูกมารู้ตอนโตเรื่องหย่า ตอนโตลูกเพิ่งมาบอก ครอบครัวคนอื่นเลิกกันตั้งเยอะ ไม่ต้องซีเรียสเลยแม่ เราก็หงายตึงเลย ถ้ารู้แบบนี้ บอกแต่แรกก็จบแล้ว

จิ๊ก ไม่ชอบคำว่าทน จิ๊กว่าผู้หญิงที่ทนเป็นผู้หญิงค่อนข้างที่จะไม่ได้เรียนรู้โลกใบนี้ ทนเพื่ออะไร คนเราอย่าทน ชีวิตเราเกิดมาในเมื่อผู้ชายไม่ได้ให้คุณเต็มร้อย คุณก็ต้องจบสิ ฉะนั้นต้องดูแลตัวเราให้ดี ตอนนั้นเราก็ดูแลตัวเราเอง คุณแม่เลี้ยงเดี่ยว เราไม่เคยบ่นว่าเหนื่อยในการเลี้ยงลูกเลย

ตอนนี้คุยกับใครไม่ใช่จะไม่รับเลย ไม่ปิดตัวเอง ผู้ชายหายากมากๆ ชอบคนอบอุ่น ชอบคนอายุมากกว่าเท่านั้น จิ๊กยังเผยเรื่องคดีเด็ก ว่ามีดาราหนุ่มมาจีบ เราชอบเค้าจริงๆ เพราะเขาดูดี พอคบไปคบมา เพื่อนมายุว่าอย่าชอบนะ เขาไม่แมน ตอนแรกไม่เชื่อ แต่สุดท้ายเเล้วเรารู้เองเลย เหมือนเราชอบเขา แต่เขาไม่ชอบเรา เขาไม่ชอบผู้หญิงไง พูดง่ายๆปลอมกันทั้งคู่ เลยบอกเขา คนเขารู้กันมาครึ่งทางแล้ว ทนๆกันไปก่อนให้ถึงสิ้นปี สัมภาษณ์เธอก็พูดถึงฉันดีๆหน่อย ฉันก็จะพูดถึงเธอดีๆ พอมีงานคู่ก็รับเงินกันไป สุดท้าย “วู้ดดี้” มาทำให้พัง มันเจาะถึงไส้ถึงพุง สรุปความแตกเลย ก็ยอมรับไป ก็ต้องขอโทษขอโพยกันไป

และสุดท้าย จิ๊ก ยังมาเผยถึงการผันตัวมาเป็นจิตอาสาไปช่วยที่โรงพยาบาล และแต่งหน้าศพด้วย นั่งคุยกับศพ ก็มีบ้างที่สัมผัสได้ว่าเขาอยากมาขอบคุณเรา และที่เคยพบคือเราแต่งหน้าศพแล้ว เขาน้ำตาไหลออกมา ซึ่งแพทย์บอกว่าคนเสียชีวิตแล้วมันหมดแล้วไม่มีแล้ว แต่เราแต่งหน้าไปต้องซับน้ำตาให้ไปด้วย เรื่องเหลือเชื่อมากๆ เขาอาจจะยังห่วงญาติพี่น้อง ครอบครัว เราต้องปลอบเขาไป

ขอบคุณที่มา#sanook

เผยภาพแรก ครอบครัว “เอ ไชยา” ออกสื่อพร้อมหน้าพ่อแม่ลูก

เรียกว่าเป็นภาพหายากก็ว่าได้ ที่แฟนๆ ได้เห็นครอบครัวของลิเกชื่อดัง “เอ ไชยา มิตรชัย” วัย 43 ปี พร้อมหน้าพ่อแม่ลูกอย่างเป็นทางการ หลังจากออกมายอมรับว่ามีครอบครัวมานานแล้ว โดยมีลูกสาววัย 24 ปี ก็คือ “แป้ง พรภัสร์ชนก มิตรชัย” และคนเล็กเป็นลูกชายวัย 22 ปี คือ “แชมป์ ชุติพันธ์ มิตรชัย” ส่วนภรรยาแท้จริงแล้วคือ “พี่แดง” ผู้จัดการส่วนตัว

ล่าสุด เอ ไชยา ได้ควง น้องแป้ง ลูกสาว และ น้องแชมป์ ลูกชาย ไปออกรายการที่นี่หมอชิตทางช่อง 7 พร้อมให้สัมภาษณ์เปิดใจถึงชีวิตที่ต้องปิดบังว่ามีครอบครัวแล้ว โดยลูกๆ ของเอ ไชยา บอกในรายการว่า รูปครอบครัวมีแค่ 1-2 ใบเท่านั้น ซึ่งเมื่อรายการออกอากาศ เสนาลิง พิธีกรของรายการดังกล่าวได้เผยภาพครอบครัวของเอ ไชยา ซึ่งถ่ายรูปร่วมกับตัวเองและดู๋ สัญญา
ขอบคุณที่มา#sanook